Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

ไบโพลาร์ ภาวะบุคลิก 2 ขั้ว :โรคที่มักถูกใส่ร้ายและสังคมกำลังเข้าใจอาการผิดประเด็น

ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือภาวะอารมณ์ 2 ขั้ว เป็นอาการผิดปกติทางอารมณ์ขั้นรุนแรง ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช ที่แตกต่างจากอาการณ์ของโรคซึมเศร้าตรงที่การควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรง 2 ขั้วแบบเกินควบคุม ในปัจจุบันต้องบอกเลยว่าทุกคนที่อยู่ภายใต้สังคม สถานการณ์ และช่วงด่ำดิ่งจากโรคระบาดที่คร่าชีวิต คร่าเวลา คร่าโอกาสและความหวัง ล้วนมีแนวโน้มต่อการเกิดโรคนี้ในระดับที่สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากที่มาของโรคหากไม่นับพันธุกรรมก็มักเกิดจากความผิดหวัง ล้มเหลวในชีวิต สิ้นหวังรุนแรง โดยที่น่าใจหายก็คือโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่มีมานานแต่สังคมยังคงไม่เข้าใจที่มาและอาการของโรคนี้อย่างแท้จริง ซ้ำยังเปลี่ยนให้โรคนี้เป็นโรคที่มักถูกใส่ร้าย น่าขันเพื่อปกปิดการกระทำผิด หรือหยอกล้อตลกขบขันในวงสนทนาตามที่มีให้เห็นในสื่อมากมาย ฉะนั้นวันนี้แอดมินจะอธิบายสาเหตุ ลักษณะอาการของโรคและวิธีรับมือกับ ไบโพลาร์ ให้ทุกคนได้รู้จักอาการป่วยประเภทนี้เพื่อปรับความเข้าใจผิด ๆ กันครับ

ไบโพลาร์คืออะไรทำไมจึงกลายเป็นเรื่องโจ๊ก?

               ไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นกับคนทุกเพศทุกวัยได้ในความเสี่ยงสูงและค่อนข้างเป็นโรคที่อันตรายแต่ก็ไม่ได้อันตรายนักหากเราเข้าใจโรคมากพอ เนื่องจากโรคนี้เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ 2 ขั้วที่มักจะแสดงอาการรุนแรงเกินควบคุม ตั้งแต่อารมณ์ดิ่งลงเฉียบพลันและรุนแรง (Depressive Episode) ผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้า หลับยาก รู้สึกไร้เรี่ยวแรง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ลังเล วิตกกังวล ไม่กล้าตัดสินใจ อยากตาย และอารมณ์พุ่งขึ้นเฉียบพลัน (Manic Episode ) คลุ่มคลั่ง เกรี้ยวกราด โมโหร้าย ฉุนเฉียว มั่นใจในตัวเอง อีโก้สูง กระตือรือร้นมากกว่าปกติ กระวนกระวาย ฟุ้งซ่าน ไม่เข้าสังคม นอนไม่หลับหรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ซึ่งเหตุนี้เองอาการ 2 ขั้วขั้นสุดที่ดูโดดเด่นและแปลกแยกไปจากบุคคลทั่วไปอย่างชัดเจน ส่งผลให้คนบางกลุ่มในสังคมนำไปใช้เป็นเครื่องมือแบบผิด ๆ ในวงสนทนา หยอกล้อ เปรียบเปรย ซึ่งนั่นมันส่งผลให้ผู้ที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวเองก็ดีปิดบังตัวตน ไม่รับการรักษา อีกทั้งยังก่อให้เกิดภาวะของโรครุนแรงยิ่งขึ้นอีกด้วยเพราะความรู้สึกแปลกแยกและไม่ปกติ

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคและระดับอาการของไบโพลาร์

               ปัจจัยที่สามารถก่อให้เกิดอาการของโรคได้มีตั้งแต่พันธุกรรมผ่านการถ่ายทอดจากคนในครอบครัว ซึ่งอาจจะมีโอกาสเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ความผิดปกติของระบบประสาทและสมองจากสารสื่อประสาททำงานไม่สมดุล โรคบางชนิด ระบบฮอร์โมน และปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบันอย่างสภาพแวดล้อมที่เคยเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับสภาพจิตใจ ทัศนคติ ความรู้สึก นึก คิด ซึ่งอาการที่เกิดจากปัจจัยเหล่านี้สามารถแบ่งเป็นเคสในการรักษาได้โดยเป็นการรักษาด้วยการใช้ยาปรับสารสื่อประสาทเพื่อให้เกิดความสมดุลเป็นหลัก อาการมีตั้งแต่ระยะแรกหรือระยะเริ่มต้น ระยะกลาง และระยะรุนแรง โดย 2 ระยะแรกสามารถรักษาเพื่อบรรเทาอาการได้ในระดับหนึ่งสามารถใช้ชีวิตทั่วไปในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นอีกมากถึง 70 – 90 เปอร์เซ็นต์ และในระยะที่สามระยะรุนแรงที่ยากต่อการควบคุมจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดเนื่องจากผู้ป่วยไบโพลาร์กลุ่มที่สามอยู่ในระดับอันตรายที่สามารถทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้ทุกเมื่อและมีความเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมากชนิดที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

วิธีการรับมืออาการของโรค ไบโพลาร์

ส่วนของผู้ป่วย

  • หลีกเลี่ยงภาวะความเครียด ความวิตกกังวล จากตนเองและสิ่งรอบข้าง
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • พบแพทย์เป็นประจำเพื่อบำบัดรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและกินยาบรรเทาอาการอย่าให้ขาด
  • มีความสุขกับการใช้ชีวิตโดยรับแต่สิ่งดี ๆ ที่ทำให้สารเอ็นโดรฟินหลั่งอยู่เสมอ

ส่วนของผู้อยู่ร่วมกับผู้ป่วย

  • เข้าใจสาเหตุ และอาการของโรค
  • เป็นผู้ฟังที่ดี
  • ปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยท่าทีที่ส่งผลให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย สบายใจ และมีกำลังใจที่ดี
  • ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด (บางสถานการณ์)
ไบโพลาร์ ภาวะบุคลิก 2 ขั้ว :โรคที่มักถูกใส่ร้ายและสังคมกำลังเข้าใจอาการผิดประเด็น

ทั้งนี้โรคไบโพลาร์แม้จะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือแม้จะมีอาการเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ 2 ขั้วที่รุนแรงจนยากจะคาดเดา แต่ถึงอย่างนั้นโรคนี้ก็สามารถพบแพทย์เพื่อบรรเทาอาการให้หายในระดับหนึ่งและใช้ชีวิตตามปกติได้โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเป็นอันตรายร้ายแรงเมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ฉะนั้นแอดมินจึงอยากให้ทุกคนหันมาทำความเข้าใจที่มาและอาการของโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อตนเองและผู้ป่วย ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่ต้องแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย เห็นใจ เข้าใจ และสามารถอธิบายข้อเท็จจริงของโรคนี้ให้กับใครที่ยังไม่เข้าใจได้ เพียงเท่านี้ ไบโพลาร์ก็จะกลายเป็นเพียงแค่โรคหรืออาการป่วยชนิดหนึ่งเท่านั้นที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้เช่นเดียวกับโรอื่น ๆ

เครดิตภาพ : edexec.co.uk, hd.co.th, malattiaopportunita.corriere.it