Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

ทำไมจะบริโภค “แป้ง”ไม่ได้ อดไปก็ทรมาน หันมาปรับวิธีการกินแป้งแบบอื่น ไม่ง่ายกว่าหรือ?

แป้ง

               แป้งหรืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ซึ่งจะพูดไปแล้วก็น่าโมโหนะครับ ทำไมของอร่อย ๆ หลายอย่างต้องทำจากแป้ง ไม่ว่าจะนำมาทำอาหารอะไรก็อร่อยได้รสชาติ รสสัมผัสที่ดีต่อใจแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ดีต่อสุขภาพเท่าที่ควร ฉะนั้นแล้วจะมีวิธีไหนบ้างที่เราจะไม่ต้องอดอาหารประเภทแป้งจนเหมือนเป็นการทรมานร่างกายและในขณะเดียวกันก็ไม่เสี่ยงต่อการสะสมด้วย สำหรับวันนี้แอดมินมีคำตอบไว้ให้แล้วครับ

ทำความเข้าใจคาร์โบไฮเดรตและแป้ง

                              อาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ 2 แบบหลักก็คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำตาล หรือสารอาหารที่ผ่านกรรมวิธีในการขัดสี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ แป้ง และใยอาหาร โดยเกิดจากการรวมกันของน้ำตาลในแต่ละโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นกลูโคส ฟรุกโตส หรือกาแลคโต ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตาลสองหน่วยย่อย ได้แก่ น้ำตาลซูโครสและแลคโตส โดยที่สารอาหารกลุ่มนี้มีหน้าที่หลักในการให้พลังงานแก่ร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งที่มีอยู่ในอาหารแทบจะทุกชนิด ดังนั้นความคิดที่ว่า ลดแป้ง เท่ากับ ลดน้ำหนักจึงเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากการลดแป้งแม้จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่ถูก เพราะจะส่งผลกระทบกับอารมณ์ ระบบพลังงาน และการทำงานของหลายอวัยวะ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย ซึม รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงจากการที่ร่างกายไม่มีพลังงานมากพอตามที่ร่างกายต้องการ วิธีที่ถูกต้องก็คือการหันไปบริโภคแป้งประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ให้ไฟเบอร์มากและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลช้าลดความเสี่ยงต่อการสะสมไขมันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น แป้งตระกูลข้าว ข้าวกล้อง ข้าวไรเบอรี่ โฮลวีท ข้าวโอ๊ต หรือจะเป็นแป้งที่ได้จากธรรมชาติอย่างพืชจำพวกหัวก็ดี อย่าง แครอท ฟักทอง มันเทศ ฯลฯ

ปรับวิธีการบริโภคแป้งให้ได้ประโยชน์กับร่างกายโดยไม่จำเป็นต้องอด

แป้งกับความต้องการในแต่ละวัน

การเลือกบริโภคแป้งหรือสารอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารประเภทนี้ไปใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์ที่สุดโดยไม่เสี่ยงต่อการสะสมไขมัน ซึ่งการบริโภคแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตของแต่ละช่วงอายุ เพศ และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละคนต่างกัน อาทิ เด็กอายุ 6-8 ปี พลังงานที่ต้องการในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 1400 แคล และเด็กอายุ 9 – 12 ปี ต้องการพลังงานในแต่ละวันอยู่ที่ 1700 แคล โดยกลุ่มแป้งที่เน้นจะเป็นพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เผือก มัน ข้าวซ้อมมือ เช่นเดียวกันกับกลุ่มที่เริ่มมีการดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้นและจำเป็นต้องใช้พลังงานในแต่ละวันอย่างเหมาะสม ในคนอายุตั้งตั้งแต่ 20 – 25 ปี จำนวนแป้งและคาร์โบไฮเดรตที่ต้องการ จะอยู่ที่ประมาณ 1600 แคล (สำหรับผู้หญิง) และ 2000 แคล (สำหรับผู้ชาย) ดังนั้นหากเราเข้าใจปริมาณความต้องการต่อสารอาหารประเภทต่างแล้วก็จะทำให้สุขภาพสมบูรณ์อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับแป้งที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกายก็จะถูกนำไปใช้ในการเผาผลาญตลอดทั้งวันอย่างเหมาะสมและไม่เสี่ยงต่อการสะสมไข ทั้งนี้อาจจะเน้นไปที่การเลือกกลุ่มอาหารที่ไม่มีการขัดสี น้ำตาลน้อย ร่วมด้วยก็ได้เช่นเดียวกัน

แป้งกับช่วงเวลาในการบริโภค

               การบริโภคแป้งสามารถบริโภคเวลาไหนก็ได้ ยกเว้นมื้อเย็นหรือช่วงก่อนเข้านอนที่ระบบเผาผลาญจะไม่ทำงานหรือทำงานช้าลง เนื่องจากแป้งและสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตจะเป็นอาหารกลุ่มให้พลังงานจึงไม่มีความจำเป็นในการนำไปใช้ในช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึง 6 โมงเช้า ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการบริโภคแป้งที่สุดก็คือมื้อเช้าและมื้อกลางวันก่อนออกไปทำงานเพื่อให้ร่างกายดึงสารอาหารประเภทนี้ไปใช้ให้พลังงานกับร่างกาย ตามอย่างที่เราเคยได้ยินก็คือ กินเท่าไหร่เอาออกเท่านั้น หรือเอาออกเท่าไหร่ก็เติมกลับเข้ามาเท่านั้นในปริมาณของสารอาหารที่เป็นประโยชน์จำพวกผัก ผลไม้ และโปรตีน เพื่อเติมเต็ม ซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายจากการทำงานนั่นเอง ส่วนแป้งและคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในปริมาณที่ร่างกายต้องการเท่านั้นไม่ควรบริโภคมากและเก็บไว้จนเสี่ยงต่อการสะสม

แป้งกับสารอาหารชนิดอื่น

เราสามารถเลือกบริโภคแป้งควบคู่กับสารอาหารประเภทอื่นได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราจำกัดปริมาณของสารอาหารที่จำเป็นและไม่จำเป็นได้ โดยไม่รู้สึกว่าอาหารประเภทไหนมากหรือน้อยต่างกัน เช่น การบริโภคแป้งกับโปรตีน แป้งกับใยอาหาร ซึ่งเราสามารถบริโภคแป้งในปริมาณหนึ่งได้โดยไม่ต้องอดและบริโภคสารอาหารอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดการควบคุมความหิว ท้องว่างนั่นเอง วิธีนี้จะเหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ ชื่นชอบการออกกำลังกาย เพราะเราจะได้นำสารอาหารที่มีประโยชน์หลาย ๆ ชนิด ไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างกร้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ทั้งนี้สารอาหารที่บริโภคจะต้องเป็นสารอาหารชนิดที่ย่อยได้เร็วจำพวก โปรตีน ธัญพืช โฮลวีท ไข่ และผักผลไม้

               ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำเมื่อพูดถึงแป้งก็คือการรู้จักที่จะปรับวิธีการกินแป้งแบบอื่น แทนการงดหรือไม่ทานแป้งเลยจะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีกับร่างกายได้มากกว่า เพราะไม่ว่าร่างกายของเราจะแข็งแรงหรือไม่อย่างไรการบริโภคอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดพอ ๆ กับการเลือกบริโภคในส่วนที่มีประโยชน์ให้มากขึ้นมาหน่อยเท่านั้น การขาดสารอาหารจำพวกใดจำพวกหนึ่งไปนอกจากไม่ได้ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วยังอาจจะส่งผลให้เกิดโรคหรือภาวะการทำงานผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย ประมาณว่าไม่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักเพิ่ม เบาหวาน หรือโรคอะไรที่เกี่ยวกับสารอาหารที่ได้จากแป้งก็ต้องป่วยเป็นโรคอื่นอยู่ดี หากยังบริโภคด้วยความเข้าใจแบบผิด ๆ  แล้วจะหาว่าแอดมินไม่เตือนนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับผม

เครดิตภาพ : callmepukae.com, oregonsoapworks.com, sanook.com