Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

เมื่อเริ่มหิวยีนบางตัวของคนเราจะเริ่มเคลื่อนไหว

         ในปัจจุบันมีการเปิดเผยว่าความหิวส่งผลดีต่อร่างกายของมนุษย์ “ความหิวดีต่อร่างกายอย่างนั้นเหรอ ไร้สาระน่า” “เคยได้ยินแต่ว่าถ้าปล่อยให้หิวจะไม่ดีต่อร่างกายไม่ใช่ หรือ” คนส่วนใหญ่คงจะคิดเช่นนั้น แต่ทั้งในฐานะแพทย์และจากประสบการณ์ของตัวเอง ผมกล้าบอกได้เลยว่า “ความคิดที่ว่าการกินอาหารอย่าง สม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรงนั้นเป็นความคิดที่เก่าแล้ว” ในทางตรงกันข้าม ผมยังกล้ายืนยันอีกด้วยว่า “เมื่อท้องร้องเพราะหิวจะส่งผลดีต่อร่างกาย โดยจะค่อย ๆ เริ่มจากในระดับเซลล์แล้วทำให้กลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง” ผมเริ่มดำเนินชีวิตด้วย “การกินอาหารวันละมื้อ” เมื่อประมาณสิบปีก่อน ตั้งแต่ตอนอายุ 45 ปี ผมมีเหตุผล ที่ต้องทำเช่นนั้นครับ อันที่จริงเมื่อตอนอายุ 30 ปี ผมเดยผ่านประสบการณ์ เฉียดตายอันน่าสะพรึงมาแล้ว

         ตอนนั้นผมกำลังศึกษาวิจัยและรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอยู่ที่มหาวิทยาลัย  เนื่องจากผมมีคุณพ่อเป็นแพทย์และเปิดกิจการโรงพยาบาลอยู่ พอผมอายุ 35 ปี ท่านก็จากไปด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายในวัย 62 ปีผมประดับประคองตัวเองจนผ่านช่วงเวลานั้นมาได้แต่หลังจากนั้นก็ไม่อาจทำงานเป็นอาจารย์หมอต่อไปได้ จึงตัดสินใจลาออกทั้งอย่างนั้น ผมเลิกทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยแล้วกลับไปบ้านเกิดเพื่อสืบทอดกิจการโรงพยาบาลของคุณพ่อผมต้องไหว้วานคนอื่นและรับเรื่องร้องทุกข์จากคนไข้ซึ่งแดกต่างอากชีวิตการทำวิจัยสบาย ๆ ที่มหาวิทยาลัย จู่ ๆทุกวันก็เต็มไปด้วยความเครียด ทำให้ผมเริ่มกินและดื่มอย่างไม่บันยะบันยัง  น้ำหนักพุ่งพรวดจนอ้วนถึง 77 กิโลกรัมมากกว่าตอนนี้ถึง 15 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลจากการกินอาหารเดิมทีผมมีอาการท้องผูกอยู่แล้ว  แต่ก็เริ่มกังวลมากขึ้นเพราะเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arhythmia) ตอนนั่งเบ่งในห้องน้ำคุณคงจะคิดว่า “อาการท้องผูกกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกี่ยวข้องกันอย่างไร” ความจริงแล้วสัมพันธ์กันอย่างมากเลยครับ เวลาท้องผูกแล้วต้องออกแรงเบ่ง ส่งไม่หยุดผลให้เลือดถูกดันขึ้นไปยังสมอง แล้วเซนเซอร์รับรู้ความตันบริเวณหลอดเลือดสมองคาโรติดจะดวบคุมการบีบตัวของหัวใจเพื่อทำให้ความดันเลือดลดลง จึงเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ่อย ๆ ตอนที่อาการรุนแรงบางครั้งผมก็เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่หยุดตลอดทั้งวันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทำให้ผมแน่นหน้าอก บางครั้งความดันเลือดลดลงจนเกือบหมดสติในห้องน้ำ แต่เรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ  เมื่อการไหลเวียนเลือดภายในหัวใจแย่ลง จะทำให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นมา ถ้าลิ่มเลือดเหล่านั้น นหลุดเข้าไปในสมองจะเกิด “ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในสมอง” หรือถ้าหลุดเข้าไปในปอดก็จะเกิด “ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด”ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตในห้องน้ำโดยไม่มีใครเห็น ตอนนั้นผมกลัวการเข้าห้องน้ำในแต่ละวันจริง ๆ ครับเรื่องนี้เป็นแรงผลักดันให้ผมเริ่มทดลองวิธีรักษาสุขภาพแบบต่าง ๆ อย่างสุดความสามารถ ผมเคยใช้เวลาในศูนย์กีฬา พยายามว่ายน้ำและออกกำลังกายด้วยเครื่องออกกำลังกาย เรื่องของเรื่องคือผมตั้งใจจะเล่นกีพาเพื่อลดน้ำหนัก  แต่น่าขันที่มันกลับทำให้ดวามอยากอาหารและน้ำหนักของผมค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ผมรู้สึกทรมานกับการไดเอตและเบื่อที่ต้องคำนวณปริมาณแคลอรีจนยากที่จะทำต่อไปได้ระหว่างที่ลองผิดลองถูก พอผมเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารมาเน้นผักและเลิกกินเนื้อสัตว์ อาการท้องผูกก็หายไปในพริบตาถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางครั้งที่โหยหาเนื้อสัตว์อยู่เข้าวันรุ่งขึ้นพอกินเนื้อสัตว์เข้าไป อาการท้องผูกก็กลับมาอีก ตอนที่อยู่ในห้องน้ำผมทรมานแทบตาย จึงรู้สึกกลัวจนไม่กล้ากินเนื้อสัตว์อีกช่างเป็นเรื่องนำแปลก คนที่เคยสูบบุหรี่ถ้าเลิกมาได้ระยะหนึ่งแล้วจะรู้สึกไม่ดีเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ เช่นเดียวกันพอไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาสักระยะ  ถึงแม้จะได้กินสเต๊กเนื้อชั้นดี แต่กลับรู้สึกไร้รสชาติเหมือนว่ากำลังเดี๋ยว “กระดาษฟาง” จนต้องคายออกมาผมขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ พอไม่กินเนื้อสัตว์แล้วกลิ่นตัวก็หายไปด้วย คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์และคนที่เป็นโรคอ้วนลงพุงจะมีสารน้ำมันซึ่งหลั่งจากต่อมไขมันบริเวณผิวหนังมาก แต่ถ้าสารนั้นเกิดปฏิกิริยาออกซิเดซันแล้วกลายเป็นไลปิดเปอร์ออกไซด์ ก็จะเกิดเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่เรียกกันว่า “กลิ่นคนแก่” ซึ่งกำจัดได้ยากมากยิ่งไปกว่านั้น พอผมลดปริมาณอาหารด้วยการกิน“ซุปหนึ่งถ้วยและกับข้าวหนึ่งจาน” น้ำหนักก็ลดลงอย่าง

คงที่ สภาพร่างกายต่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อมองในแง่ของสารอาหารก็พบว่าได้รับ “คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน”จากอาหารที่เรียบงำยทั้งหลาย ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงแต่การเตรียมซุปหนึ่งถ้วยและกับข้าวหนึ่งจานทุกมื้อเป็นเรื่องยาก บ่อยครั้งที่ตอนเช้าและตอนกลางวันผมไม่รู้สึกอยากอาหาร แต่ตอนเย็นกลับต้องไปกินอาหารตั้งหลายอย่างกับเพื่อนฝูง ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรที่ดีขนาดไหน  ถ้าตึงเกินไปก็จะเริ่มทำได้ไม่ต่อเนื่องดังนั้น ผมจึงปรับเปลี่ยนวิธีต่าง ๆ จนมาดำเนินชีวิตด้วย “การกินอาหารวันละมื้อ” อย่างในปัจจุบัน หลังจากนั้น 10 กว่าปีสุขภาพของผมก็ดีขึ้นมาก  รวมทั้งคงน้ำหนักตัวเอาไว้ที่ 62 กิโลกรัมได้  เหนือสิ่งอื่นใดผิวพรรณยังอ่อนเยาว์ขึ้น และกลับเป็นหนุ่มอีกครั้งจนถึงขั้นที่ผลการตรวจร่างกายทั่วไปบ่งบอกว่าอายุหลอดเลือดของผมเท่ากับคนอายุ 26 ปีแต่ภายในใจของผมยังสงสัยว่า “การกินอาหารวันละมื้อดีต่อสุขภาพจริงหรือ” และ “จะแนะนำคนอื่นดีไหม”สิ่งที่ช่วยขจัดข้อสงสัยดังกล่าวคือ “ยื่นต่ออายุขัย(ทำให้อายุยืน)” ซึ่งถูกคันพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ การทดลองกับสัตว์หลากหลายชนิดพิสูจน์ว่า การลตปริมาณอาหารลง 40เปอร์เซ็นต์จะทำให้อายุยืนขึ้น 1.5 เท่า  ไม่เพียงเท่านั้นสีหน้าจะมีชีวิตชีวา ขนเรียงตัวสวยงาม รวมทั้งรูปลักษณ์กายนอกดูอ่อนกว่าอายุจริงอีกต่างหากความอ่อนเยาว์และความงามแสดงให้เห็นถึงความมีสุขภาพดีจากภายใน ถ้าอวัยวะภายในทำงานได้อย่างเต็มที่และมีการหมุนเวียนเลือดที่ดี ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่งหน้าท้องแบนราบ ในทางกลับกัน ถ้าสุขภาพภายในร่างกายไม่ตึ  ถึงแม้จะใช้เครื่องสำอางราคาแพงหรือรักษาด้วยการทำศัลยกรรมเสริมดวามงามสักเพียงใด  ก็ไม่ทำให้เกิดความงามได้อย่างแท้จริง“รูปลักษณ์ภายนอก” เป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่เข้าใจได้ง่ายมาก ถึงแม้จะคิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี  แต่นั่นก็คงเป็นเพียงแค่ “ยังไม่เจ็บป่วยร้ายแรง” หรือ “ผลการตรวจเป็นปกติ” เท่านั้น“รูปลักษณ์ภายนอก” ที่ดูแก่ชราคือหลักฐานบ่งบอกว่าร่างกายมีไขมันในช่องท้องและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนลงพุง กล่าวคือ ถ้าไม่ป้องกันโรคอ้วนลงพุงอย่างเด็ดขาดก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริงไม่ได้ และรูปลักษณ์ภายนอกก็จะไม่อ่อนเยาว์อย่างแท้จริงด้วยเช่นกันการมีผิวสวยอ่อนเยาว์และหน้าท้องแบนราบคือจุดมุ่งหมายของการดำเนินชีวิตด้วย “การกินอาหารวันละมื้อ”หลังจากคันพบยีนต่ออายุขัย ผมก็นำมาใช้กับ “การกินอาหารวันละมื้อ” อย่างจริงจั่ง  ทำให้มีโอกาสไปบรรยายและร่วมรายการโทรทัศน์เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีผลงานเขียนเกี่ยวกับการซะลอวัย (Ant-aging)  เพิ่มขึ้น  และได้เป็นประธานกิตติมตักดิ์ของ Anti-Aging Medicine World Congress หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมเขียนเกี่ยวกับ “การกินอาหารวันละมื้อ”ผมจะเล่าอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของ “การ

กินอาหารวันละมื้อ” และชี้ให้เห็นว่ามันเป็นวิธีที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพดี จากนั้นผมจะแสดงให้เห็น “วิธีดำเนินชีวิตด้วยการกินอาหารวันละมื้อ” อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังจะเปิดเผยอีกว่า “การกินอาหารวันละมื้อ” ทำให้ร่างกายโดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร 

โดย  นพ. โยชิโนะริ นะงุโมะ