Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

เรื่องวุ่นวุ่นของคนอยากผอม กับ 6 สมุนไพรในยาลดความอ้วนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ยุคนี้สมัยนี้ต้องยอมรับเลยว่าวิวัฒนาการเรื่องอาหารและยาเติบโตขึ้นอย่างรวมเร็ว ภายในระยะเวลาไม่นานมีผลิตภัณฑ์เกิดใหม่เพื่อเอื้อความต้องการของคนที่มีเพิ่มมากขึ้นจนน่ากลัว ไม่นานมานี้แอดมินได้เห็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนหลายแบรนด์หันมาใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ใช้ประโยชน์จากพืชและสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการลดน้ำหนักหรือสรรพคุณทางยาอื่น ๆ แต่ที่แอดมินสงสัยและเป็นห่วงก็คือสมุนไพรบางชนิดเมื่อนำมาผสมกันก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีฤทธิ์ข่มกัน หรือในสมุนไพรบางชนิดก็เป็นไปได้ที่อาจจะไม่เหมาะสมในการทานต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ วันนี้แอดมินจึงจะมาเตือนโทษส่วนหนึ่งจากสรรพคุณของ 6 สมุนไพรในยาลดความอ้วน  ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้หากบริโภคต่อเนื่อง

6 สมุนไพรในยาลดความอ้วนที่พบบ่อยและแฝงอันตรายหากบริโภคเกินขนาด

1.มะขามป้อม

มะขามป้อมหรือมะขามอินเดียนำมาใช้เป็น สมุนไพรในยาลดความอ้วน เพราะมีคุณสมบัติในการขับถ่าย บำรุงร่างกายและผิวพรรณ มีวิตามินซีสูง กรดเอลลาจิก สารลูพิออล สารแทนนิน ฟอสฟาไทด์ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ สามารถนำมาใช้ได้หลายส่วนไม่ว่าจะเป็น ราก เปลือก ใบ กิ่งก้าน เมล็ด และผล แต่ทั้งนี้แม้จะมีสารอาหารมากแต่หากบริโภคมะขามป้อมส่วนหนึ่งส่วนใดเกินความจำเป็น ประโยชน์ก็จะเปลี่ยนเป็นโทษได้เช่นเดียวกัน โดยโทษของมะขามป้อมได้แก่ อุณหภูมิในร่างกายลดลงฉับพลันเนื่องจากเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และส่งผลให้การทำงานของไตแย่ลง

2.มะขามแขก

 มะขามแขกรู้จักกันดีจากสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ถ่ายยาก ไม่ว่าจะเป็นถ่ายหนักถ่ายเบา ลดอาการบวมน้ำ แก้แสมหะ ถอดพิษไข้ เป็นยาระบายได้ดี สามารถบริโภคได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมะขามแขกเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น แอนทราควิโนน สารกลุ่มไฮกรอกซีแอนทราซีน ไซด์โนไซน์ ฯลฯ นอกจากข้อดีแล้วสำหรับข้อเสียที่ต้องระวังในการบริโภคก็คือ ในระยะยาวระบบประสาทเสี่ยงถูกทำลาย  เป็นพิษต่อตับ ปวดเกร็งบริเวณช่องท้อง ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อุดตัน ข้อต่อกระดูกเจริญเติบโตผิดปกติ

3.ส้มป่อย

ส้มป่อย เป็นพืชชนิดหนึ่งที่พบอยู่ในส่วนผสมสูตรสมุนไพรลดน้ำหนัก อีกทั้งยังนิยมนำไปใช้ในพิธีกรรม หรือนำไปประกอบอาหาร โดยส้มป่อยเป็นพืชยืนต้นขนาดเล็กส่วนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ก็คือ ใบ เปลือก และฝัก สารอาหารที่อยู่ในส้มป่อยประกอบไปด้วยอะคาชินิน ซาโพนิน เมทานอล แคลเซียม ไทอะมีน วิตามินซี ฯลฯ สรรพคุณ ของส้มป่อย ช่วยแก้โรคผิวหนัง แก้ปวด  ขจัดพิษ ล้างเมือกทางเดินอาหาร และเป็นยาระบายช่วยเรื่องการเผาผลาญและขับถ่ายจึงนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบในยาลดน้ำหนัก ข้อเสียหากบริโภคบ่อยจะส่งผลให้ร่างกายมีการสะสมสารบางชนิดไว้ในปริมาณที่มากและอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร ตับ และไต เสี่ยงต่อการทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง

4.ปอกะบิด

ปอกะบิดสมุนไพรชื่อแปลกที่น้อยคนนักจะรู้จักพบเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของยาลดน้ำหนักและดีท็อกซ์หลายแบรนด์ โดยสมุนไพรชนิดนี้พบได้มากในแถบภาคเหนือ อีสาน และกลาง เติบโตได้ดีในพื้นที่แห้งรกทึบ มีลักษณะลำต้นเป็นพุ่มขนาดเล็กคล้ายเครือเถา สรรพคุณทางยาช่วยบำรุงกำลัง ลดน้ำตาลในเลือด บำรุงตับและไต ลดปวดตามข้อและช่วยในการเผาผลาญและลดน้ำหนักส่วนเกินได้ดี อันตรายจากการบริโภคปอกะบิดเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลเสียต่อตับและไต เกิดอาการเสาะท้อง ปวดบิด อึดอัด และอาจส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อบริโภคควบคู่กับยาบางชนิด

5.ดอกคำฝอย

เรื่องวุ่นวุ่นของคนอยากผอม กับ 6 สมุนไพรในยาลดความอ้วนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ดอกคำฝอยพบมากในแถบภาคเหนือ ดอกมีลักษณะเป็นพุ่มคล้ายดอกเข็ม มักพบในอาหารเสริมที่มีส่วนผสมจากพืชและสมุนไพร สรรพคุณของดอกคำฝอยเมื่อนำมาบริโภคสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน บำรุงการไหลเวียนของเลือด หัวใจ ระบบประสาท ลดน้ำตาลในเลือด อันตรายจากการบริโภคดอกคำฝอยเป็นระยะเวลานาน ร่างกายอาจเสี่ยงต่อโรคโลหิตจาง ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย นอกจากนี้ดอกคำฝอยมักใช้ควบคู่กับสมุนไพรตัวอื่นเพราะมีฤทธิ์เฉพาะตัวที่ทำให้เกิดอันตรายได้ในผู้บริโภคบางกลุ่ม อีกทั้งดอกคำฝอยยังไม่ถูกกับยาประเภทสลายลิ่มเลือด ไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกินไปเพราะจะมีอาการมึนง เกิดอาการแพ้ และร้ายแรงถึงขั้นแท้งบุตรได้ในสาวตั้งครรภ์

6.หญ้าหวาน

หญ้าหวานเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยมที่มีสารให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 15 เท่าแคลอรี่ต่ำ ส่วนประกอบทั่วไปของหญ้าหวาน ได้แก่ Stevioside , Rebaudioside A , สรรพคุณของสมุนไพรหญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลัง บำรุงระบบไหลเวียนเลือด ลดระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ลดภาวะของโรคหัวใจ ความดัน โรคอ้วน โทษของสมุนไพรหญ้าหวานเป็นอันตรายต่อตับ ม้าม จำนวนสปิร์มลดลง ดื้อยาและก่อมะเร็งได้เมื่อบริโภคเป็นประจำทุกวัน ควรพักการบริโภคสารให้ความหวานจำพวกนี้ลงบ้างเพื่อเป็นการขับสารพิษบางชนิดที่มีได้กับทุกพืชและสมุนไพรเพื่อไม่ให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานหนักจนเกินไป

               สำหรับพืชและสมุนไพรทุกชนิดแม้จะถูกบันทึกไว้ในตำราแพทย์แผนโบราณถึงสรรพคุณในการรักษาและบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่หากนำมาใช้ในการเยียวรักษาอาการอย่างต่อเนื่องและผิดวิธีสมุนไพรเองก็มีด้านที่ควรระวัง เพราะร่างกายเมื่อได้รับสารบางชนิดเข้าไปจนเกินความจำเป็น ขาดความเข้าใจถึงคุณประโยชน์และโทษ ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสมุนไพรในยาลดความอ้วน       หลายชนิด ที่ต้องกินบ่อย ๆ กินประจำถึงจะเห็นผล ซึ่งบางทีสมุนไพรบางชนิดอาจไม่เหมาะที่จะบริโภคร่วมกันเป็นเวลานาน ๆ ก็ได้ ทางทีดีปรับวิธีการบริโภคอาหารและออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงควบคู่กันไปน่าจะเป็นทางเลือกที่มีผลเสียต่อตนเองน้อยที่สุดครับ

 

เครดิตภาพ : blog.arda.or.th, swis.acu.ac.th, thaihealth.or.th, tcijthai.com, health.kapook.com, mthai.com