Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

ภูมิแพ้ไรฝุ่น อาการและวิธีการดูแลตัวเอง

ภูมิแพ้ไรฝุ่นเป็นปฏิกิริยาการแพ้ต่อตัวไรฝุ่นที่มักอาศัยอยู่ในบ้าน โดยอาจทำให้มีอาการ อาการไข้ละอองฟาง เช่น การจาม น้ำมูกไหล ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นจำนวนมากยังมีอาการหอบหืด เช่น หายใจมีเสียงหวีดและหายใจลำบาก การจัดการทำปัญหาไรฝุ่นจึงอาจช่วยลดภูมิแพ้ไรฝุ่นได้

ภูมิแพ้ไรฝุ่น อาการและวิธีการดูแลตัวเอง

สาเหตุภูมิแพ้ไรฝุ่น

อาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำปฏิกิริยากับสารแปลกปลอม เช่น ละอองเกสร สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง หรือไรฝุ่น โดยระบบภูมิคุ้มกันผลิตโปรตีนแอนติบอดีที่ปกป้องร่างกายจากผู้บุกรุกที่อาจทำให้ป่วยหรือทำให้เกิดการติดเชื้อ

เมื่อมีอาการแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะสร้างแอนติบอดีเพื่อต่อต้านสารก่อภูมิแพ้เพื่อปกป้องร่างกาย เพราะการได้รับสารก่อภูมิแพ้เป็นเวลานานหรือเป็นประจำอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคหอบหืด

อาการภูมิแพ้ไรฝุ่น

อาการภูมิแพ้ไรฝุ่นที่เกิดจากการอักเสบของจมูก ได้แก่

  • ไอ จาม
  • อาการน้ำมูกไหล
  • คันตา ตาแดง หรือน้ำตาไหล
  • คันจมูก เพดานปาก หรือคอหอย
  • เจ็บปวดใบหน้า
  • ผิวใต้ตาบวมและช้ำ

อาการแพ้ไรฝุ่นที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดอาจมีอาการ ดังนี้

  • หายใจลำบาก
  • แน่นหน้าอกหรือเจ็บ
  • ได้ยินเสียงหวีดหรือหายใจดังเสียงฮืด ๆ เมื่อหายใจออก
  • ปัญหาในการนอนหลับ
  • อาการไอหรือหายใจมีเสียงหวีดที่ทำให้แย่ลงจากไวรัสทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

การแพ้ไรฝุ่นอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง การแพ้ไรฝุ่นเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล น้ำตาไหล และจามเป็นครั้งคราว ในกรณีที่รุนแรง อาการอาจเกิดขึ้นเรื้อรังและรุนแรงขึ้น

การดูแลตนเองที่บ้าน

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับไรฝุ่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องการภูมิแพ้ไรฝุ่น ด้วยวิธีเหล่านี้

  • ใช้ผ้าคลุมเตียงที่ป้องกันสารก่อภูมิแพ้ เก็บที่นอนและหมอนไว้ในผ้าคลุมป้องกันฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้
  • หลีกเลี่ยงผ้าปูที่นอนที่ดักฝุ่นได้ง่ายและทำความสะอาดได้ยาก
  • ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ ล้างผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน และผ้าคลุมเตียงในน้ำร้อนที่อุณหภูมิอย่างน้อย 54.4 C เพื่อฆ่าไรฝุ่นและกำจัดสารก่อภูมิแพ้ หรือให้นำผ้าไปอบในเครื่องอบผ้าเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาทีที่อุณหภูมิสูงกว่า 54.4 C เพื่อฆ่าไรฝุ่น จากนั้นซักและเช็ดผ้าปูที่นอนให้แห้งเพื่อขจัดสารก่อภูมิแพ้
  • ให้ความชื้นต่ำ รักษาความชื้นในบ้านให้ต่ำกว่า 50% เครื่องลดความชื้นหรือเครื่องปรับอากาศสามารถช่วยรักษาความชื้นให้ต่ำได้
  • ปัดฝุ่น ใช้ไม้ถูพื้นหรือเศษผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อทำความสะอาดฝุ่น และป้องกันฝุ่นไม่ให้ลอยไปในอากาศและเคลื่อนตัวไปที่ใหม่
  • ดูดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ การดูดฝุ่นพรมและเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะจะขจัดฝุ่นบนพื้นผิว แต่การดูดฝุ่นไม่ได้ผลในการกำจัดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น
  • พยายมเก็บของกระจุกกระจิก เครื่องประดับบนโต๊ะ หนังสือ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ออกจากห้องนอนของคุณ ซึ่งของเหล่านี้เป็นตัวเกาะของฝุ่นได้ดี
  • ติดตั้งตัวกรองในเครื่องปรับอากาศของคุณ มองหาตัวกรองที่มีค่าการรายงานประสิทธิภาพขั้นต่ำ (MERV) เท่ากับ 11 หรือ 12 และเปิดพัดลมทิ้งไว้เพื่อสร้างตัวกรองอากาศทั้งโรงเรือน และอย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองทุกสามเดือน