Candidladies.com

แหล่งรวมเรื่องราวเสริมความงามและดูแลสุขภาพ

สายเขียวยิ้มปากแทบฉีก ปลด กระท่อม พืชคุณประโยชน์นำมาใช้ได้ไม่ผิดกฎหมาย?

กระท่อม

               เรื่องจริงไม่ติงนัง ปลดกัญชาไปแล้ว ก็ปลดกระท่อมต่อเลยสิ่ครับ ไม่แผ่วจริง ๆ โดยวัตถุประสงค์ในการปลดพืชชนิดนี้ก็คือการนำประโยชน์ของพืชกระท่อมมาสนับสนุนเป็นพืชเศรศฐกิจใหม่ สร้างรายได้ทางเกษตรให้กับประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการนำพืชกระท่อมกลับมาใช้เพื่อการรักษาด้วยสารพัดสรรพคุณทางยา โดยในปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพืชกระท่อมถูกปลดออกจากสารเสพติดประเภทที่ 5 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังถูกเก็บเข้ากรุมานานถึง 78 ปี นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2486 ที่มีการประกาศพระราชบัญญัติห้ามปลูก  ครอบครอง จำหน่าย และเสพพืชกระท่อม ว่าแต่ทำไมสายเขียวต้องร้องเฮ พืชชนิดนี้มีอะไรดี และสามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง สำหรับวันนี้แอดมินมีคำตอบครับ

พืชกระท่อม อดีตยาเสพติดประเภทที่ 5

               ในอดีตผู้คนใช้กระท่อมกันมากแทนการใช้ฝิ่นเนื่องจากยุคนั้นรัฐบาลผูกขาดฝิ่น ส่งผลให้ฝิ่นที่มีสรรพคุณคล้ายกระท่อมมีราคาที่สูงทำให้คนหันมาบริโภคพืชกระท่อมกันเป็นจำนวนมากแทน อีกทั้งพืชชนิดนี้ยังมีฤทธิ์ก่อให้เกิดการเสพติดได้แม้จะมีคุณประโยชน์มากมายทำให้ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศให้กระท่อมเป็นพืช 1 ใน 4 ชนิดที่อยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ของ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และตั้งแต่ประกาศพระราชบัญญัติในปี 2486 ในเวลาต่อมาจึงมีการปลดพืชชนิดนี้ออกจากบัญชียาเสพติดและสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างเสรี ทั้งปลูก กิน ซื้อ และขาย ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับ เนื่องจากเสรีในที่นี้จะต้องไม่รวมการนำพืชกระท่อมไปใช้ผสมกับยาเสพติดประเภทอื่น ยาแก้ไอ จะต้องไม่ขายให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงตั้งครรภ์ ไม่จำหน่ายภายในพื้นที่ของสถานศึกษา และสถานปฏิบัติธรรม ทะเรื่องขออนุญาตกรณีนำเข้า – ส่งออก หรือนำมาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ อาหาร และเครื่องดื่ม หากฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษทางกฎหมายอยู่

               กระท่อมนับว่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาล้นเหลือโดยพืชชนิดนี้สามารถพบได้ในประเทศไทย 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์แตงกวา ด้านแดง และยักษาใหญ่ อยู่ในตระกูลเดียวกับกาแฟ ลักษณะเป็นพืชไม้ยืนต้น เติบโตได้ดีในที่ชื้น แสงแดดส่องทั่วถึงไม่ขาด สารที่พบได้ในพืชกระท่อม ได้แก่ แอลคาลอยด์  มิตราไจนีน สเปโอไจนีน ไพแนนทีน สเปซิโอซีเลียทีน ฟลาวานอยด์ อินโดลแอลคานอยด์ ออกอินโดลแอลคาลอยด์ โดยนิยมกินเป็นใบสด ใบแห้ง ชง และสูบ ทั่วไปไม่พบว่าอยู่ในส่วนประกอบในอาหารหรือเครื่องดื่ม มักนำมาใช้เป็นสรรพคุณทางยาในทางการรักษาเป็นหลัก เว้นแต่ในอดีตภูมิปัญญาชาวบ้านมักจะนำมาตำผสมกับน้ำพริกเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน และในต่างประเทศที่นิยมนำไปชุบแป้งทอด ห่อเมี่ยง เป็นส่วนประกอบเสริมในการทำซอส เครื่องดื่มผสมผลไม้ บราวนี้ คุกกี้ กาแฟ ฯลฯ

สรรพคุณและผลข้างเคียงของกระท่อมเมื่อนำมาใช้

               กระท่อม ในตำรายาแผนโบราณมีสรรพคุณช่วยในการรักษาอาการเกี่ยวกับท้องไส้ และเพิ่มกำลังไม่ว่าจะบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเฟ้อ ปวดบิด จุกเสียด ไม่สบายท้อง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และบรรเทาอาการปวดอีกหลายชนิด ลดการอักเสบ และการนอนหลับ รักษาแผล ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระชุ่มกระชวย ให้พลังงานสูง ทั้งนี้โทษของการบริโภคพืชกระท่อมก็คือ เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน มือสั่น ชัก หัวใจเต้นแรง ปากแห้ง น้ำหนักลด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ผิวคล้ำ ปัสสาวะมาก ท้องผูก อ่อนเพลียและมีอาการทางจิตร่วมด้วย

กระท่อมแม้จะเป็นพืชและสมุนไพรที่มีประโยชน์ แต่ผลข้างเคียงก็อันตรายต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม วันละไม่เกิน 3-5 ใบ และไม่ควรใช้ควบคู่กับยาชนิดอื่นเพราะอาจเกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้อีกทั้งยังสามารถถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าพืชกระท่อมจะถูกปลดภายใต้คำว่าเสรี ปลูก กิน ขาย ซื้อ  แต่ก็ยังต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้หากนำมาใช้เพื่อการรักษาอาการและการสร้างรายได้ทางการเกษตรแอดมินมองว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมอดีตพืชควบคุมพ.ร.บ. ยาเสพติดได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่าและเอื้อประโยชน์ได้ดีเลยล่ะครับ  สำหรับวันนี้สวัสดีครับผม

เครดิตภาพ : bottomlineis.co, twitter.com(bitonkub)